ยาแก้อักเสบ กับ ยาฆ่าเชื้อ (ปฏิชีวนะ) ไม่ใช่ยาตัวเดียวกัน เภสัชกรแนะนำ รู้เอาไว้

ppxdrug-ยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อ nsaids-not-antibiotics-cover

ppxdrug-ยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อ nsaids-not-antibiotics-cover

เภสัชกรแนะนำ รู้เอาไว้ ยาแก้อักเสบ กับยาฆ่าเชื้อ ปฏิชีวนะ ไม่ใช่ยาตัวเดียวกัน

เชื่อว่าคงมีคนจำนวนไม่ที่เกิดความคิดของตัวเองว่ายาอักเสบกับยาปฏิชีวนะเป็นยาตัวเดียวกัน และเมื่อป่วยก็มักจะไปหาซื้อยาจากร้านขายยามากินเอง ทั้งที่จริงแล้วเภสัชกรอยากแนะนำให้รู้เอาไว้เลยว่า “ยาอักเสบกับยาปฏิชีวนะไม่ใช่ยาตัวเดียวกัน” ทำให้ที่ผ่านมาหลายคนใช้ยาแบบผิด ๆ ความคิดนี้จึงต้องได้รับการทำความเข้าใจใหม่โดยเร็ว

การเข้าใจความแตกต่างระหว่างยาแก้อักเสบกับยาฆ่าเชื้อเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการใช้ยาไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่ผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น การดื้อยา หรือการรักษาที่ไม่ได้ผล

เภสัชกรแนะนำความแตกต่างของยาแก้อักเสบ VS ยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวนะ

หลายคนอาจสับสนระหว่าง ยาแก้อักเสบ และ ยาฆ่าเชื้อ เพราะชื่อเรียกอาจทำให้เข้าใจผิดว่าทั้งสองเป็นยาชนิดเดียวกัน หรือมีการออกฤทธิ์ที่คล้ายกัน อย่างไรก็ตาม ยาแก้อักเสบและยาฆ่าเชื้อมีหน้าที่และการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ppxdrug-nsaids-not-antibiotics-01-ยาแก้อักเสบ คืออะไร

ยาแก้อักเสบ คืออะไร?

ยาแก้อักเสบ เป็นยาที่ช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อการบาดเจ็บ การติดเชื้อ หรือปัจจัยอื่นๆ ไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยที่ส่วนใหญ่จะเกิดการอักเสบแบบที่ไม่ได้จากการติดเชื้อแบคทีเรียใด ๆ แต่จะมาจากสาเหตุอื่น ยกตัวอย่าง คออักเสบจากเชื้อไวรัส ผิวหนังอักเสบจากการที่ไปแพ้สารเคมี แพ้แสงแดด หรือการอักเสบที่มาจากกล้ามเนื้อจากการยกของหนัก ถ้าจะให้ยกตัวอย่างยาประเภทนี้ก็เช่น

  • แอสไพริน
  • ไดโคลฟิแนค
  • ไอบรูโพรเฟน
  • พอนสแตน
  • อาร์คอกเซีย
  • จาโปรลอค

กลุ่มของยาแก้อักเสบ

  1. ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ตัวอย่าง: ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), ไดโคลฟีแนค (Diclofenac)
    • ลดการอักเสบ
    • บรรเทาอาการปวด
    • ลดไข้
  2. ยาแก้อักเสบชนิดสเตียรอยด์ ตัวอย่าง: เพรดนิโซโลน (Prednisolone), เดกซาเมทาโซน (Dexamethasone)
    • ลดการอักเสบรุนแรง
    • ใช้รักษาโรคภูมิแพ้, โรคข้ออักเสบ, หรือโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ

การใช้ยาแก้อักเสบ

บรรเทาอาการอักเสบ เช่น บวม แดง หรือปวด ลดไข้ที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ ใช้รักษาอาการอักเสบในระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น ข้ออักเสบ หรือเส้นเอ็นอักเสบ

ppxdrug-nsaids-not-antibiotics-02-ยาฆ่าเชื้อ คืออะไร

ยาฆ่าเชื้อ คืออะไร?

ยาฆ่าเชื้อ หรือ ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในร่างกาย ไม่มีฤทธิ์ลดการอักเสบ ลดไข้ แก้ปวด รวมถึงใช้รักษาเฉพาะโรคที่ได้เกิดมาจากเชื้อแบคทีเรีย ยกตัวอย่าง ทอนซิลอักเสบเป็นหนอง ซึ่งจะใช้ตัวยาปฏิชีวนะที่เป็นจำพวก

  • เพนนิซิลิน
  • เตตร้าซัยคลิน
  • อะม็อกซีซิลิน
  • เลโวฟล็อกซาซิน

การออกฤทธิ์ของยาฆ่าเชื้อ

  1. ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Bactericidal)
    • ฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยตรง
    • ตัวอย่าง: เพนิซิลลิน (Penicillin), ซีโพรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin)
  2. ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย (Bacteriostatic)
    • ช่วยหยุดการเพิ่มจำนวนแบคทีเรีย ให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำจัดแบคทีเรียเอง
    • ตัวอย่าง: เตตราไซคลิน (Tetracycline), อีริโทรมัยซิน (Erythromycin)

การใช้ยาฆ่าเชื้อ

รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ปอดบวม ต่อมทอนซิลอักเสบ หรือแผลติดเชื้อ ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือ COVID-19

ppxdrug-nsaids-not-antibiotics-03-ความแตกต่างระหว่างยาแก้อักเสบกับยาฆ่าเชื้อ

ความแตกต่างระหว่างยาแก้อักเสบกับยาฆ่าเชื้อ

หัวข้อยาแก้อักเสบยาฆ่าเชื้อ
เป้าหมายลดการอักเสบในร่างกายฆ่าหรือยับยั้งแบคทีเรีย
ประเภทของโรคที่รักษาอาการอักเสบ เช่น ปวดข้อ บวมการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น แผลติดเชื้อ
กลไกการออกฤทธิ์ลดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันทำลายหรือหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
ตัวอย่างโรคที่ใช้รักษาข้ออักเสบ เส้นเอ็นอักเสบปอดอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ

เภสัชกรใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อย่อมทำให้เกิดอันตรายได้

  • เกิดเชื้อดื้อยาได้ เพราะการไปซื้อยาจากร้านยามากินแบบพร่ำเพรื่อจะไปกระตุ้นเชื้อแบคทีเรียให้กลายพันธุ์จนเกิดเป็นเชื้อดื้อยาขึ้น ต้องเปลี่ยนไปใช้ยาตัวใหม่ ทำให้แพงขึ้น แน่นอนว่าปัจจุบันก็เหลืออยู่ไม่กี่ชนิดแล้ว สุดท้ายหมดยารักษาและเสียชีวิตได้
  • เกิดการแพ้ยา ที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาบางอย่างกับร่างกาย กรณีแพ้ไม่มากปรึกษาเภสัชกรแล้วบอกว่ามีแค่ผื่นแดง แต่ถ้ารุนแรงก็ขึ้นกลายเป็นผิวหนังมีรอยไหม้ หลุดลอก เผลอ ๆ เสียชีวิตได้
  • เกิดโรคแทรกซ้อนที่จะฆ่าทั้งเชื้อแบคทีเรีย และแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้เรา พอแบคทีเรียชนิดดีตายไป เชื้ออื่นมีโอกาสเติบโตมากขึ้น ทำให้เกิดการแทรกซ้อนโรคต่าง ๆ เช่น ลำไส้อักเสบที่ผนังลำไส้ถูกทำลายหลุดออกมากับอุจจาระ รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

เภสัชกรยังแนะนำต่ออีกว่าเมื่อเกิดความเจ็บป่วยขึ้นควรรีบไปปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยาโดยเร็ว เพื่อได้รับการวินิจฉัยและจ่ายยาที่เหมาะสม แต่ถ้าเกิดมีอาการรุนแรง แนะนำว่าให้คุณเดินทางไปยังโรงพยาบาลใกล้บ้านปลอดภัยที่สุด

ppxdrug-nsaids-not-antibiotics-04-เมื่อไหร่ควรใช้ยาแก้อักเสบ หรือยาฆ่าเชื้อ

เมื่อไหร่ควรใช้ยาแก้อักเสบ หรือยาฆ่าเชื้อ?

  • หากมีอาการอักเสบ เช่น ปวด บวม แดง โดยไม่มีการติดเชื้อ ควรใช้ ยาแก้อักเสบ
  • หากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น มีไข้ เจ็บคอจากเชื้อแบคทีเรีย หรือแผลหนอง ควรใช้ ยาฆ่าเชื้อ

ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยา เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม

สรุป: ยาแก้อักเสบและยาฆ่าเชื้อไม่ใช่ตัวเดียวกัน

ยาแก้อักเสบ และ ยาฆ่าเชื้อ มีบทบาทที่แตกต่างกันชัดเจน การเข้าใจหน้าที่และการใช้งานของยาทั้งสองประเภทนี้จะช่วยป้องกันการใช้ยาเกินจำเป็น ลดความเสี่ยงต่อการดื้อยา และทำให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด

การดูแลสุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่การเลือกยาให้ถูกต้อง แต่ยังรวมถึงการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมในทุกครั้งที่เจ็บป่วย